Home / Column / ราชัน…ที่ยังไร้มงกุฎ(พรีเมียร์ลีก)

ราชัน…ที่ยังไร้มงกุฎ(พรีเมียร์ลีก)

อัพเดทล่าสุดเมื่อ

ลิเวอร์พูล ราชัน…ที่ยังไร้มงกุฎ(พรีเมียร์ลีก)

ราชัน...ที่ยังไร้มงกุฎ

หากจะพูดถึงทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ทีมที่มีแฟนฟุตบอลชาวไทยติดตามเชียร์มากที่สุดทีมหนึ่งไม่ว่าในช่วงเวลาใด หรือทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษมากที่สุดทีมหนึ่งในยุคก่อนที่ไม่ใช่ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในยุคใหม่ หลายๆท่านอาจพอเดาได้ว่า คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก พลพรรคหงส์แดง ลิเวอร์พูล

สโมสรลิเวอร์พูล ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 1892 ประสบความสำเร็จมากมายจากการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ หรือ ดิวิชั่น 1 จำนวนทั้งสิ้น 18 สมัย แชมป์เอฟ เอ คัพ 7 สมัย แชมป์ลีกคัพ 8 สมัย แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพและยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 5 สมัย ซึ่งนับตั้งแต่ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ เปลี่ยนจาก ดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 1992/1993 พลพรรคหงส์แดงลิเวอร์พูล ยังไม่เคยสัมผัสคำว่า “แชมป์พรีเมียร์ลีก”เลย แม้แต่ครั้งเดียว

ยุคเฟื่องฟูของลิเวอร์พูล อยู่ระหว่างปี 1965– 1990 โดยลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศหรือ ดิวิชั่น 1ในขณะนั้น ได้ถึง 12 สมัยจากทั้งสิ้น 18 สมัยนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา โดยผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุคนี้และเป็นที่จดจำของแฟนลิเวอร์พูล รวมทั้งบางคนยังมีรูปปั้นวางอยู่หน้าสโมสร ได้แก่ บิล แชงคลี่ ผู้พาพลพรรคหงส์แดงคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ 3 สมัย, บ็อบ เพลสลี่ ผู้ที่พาพลพรรคหงส์แดงคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้มากที่สุดถึง  6 สมัย และบุคคลซึ่งเป็นตำนานของสโมสรที่เป็นทั้งผู้เล่นและผู้จัดการทีมอย่าง “King Kenny”หรือ เคนนี่ ดัลกลิช ที่พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้ 3 สมัย และคงไม่แปลกอะไรที่แฟนลิเวอร์พูลในเมืองไทยส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นคุณพ่อ คุณอา ซึ่งหาได้น้อยมากที่แฟนลิเวอร์พูลจะเป็นเด็กที่เกิดและโตในช่วงปี 1990

นับตั้งแต่ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ เปลี่ยนจาก ดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 1992/1993 เป็นต้นมาจนถึงฤดูกาลปัจจุบัน มีทีมมี่สามารถหยิบถ้วยถ้วยพรีเมียร์ลีกมาอยู่ในอ้อมกอดได้เพียง 6 ทีม ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,แมนเชสเตอ์ซิตี้,อาร์เซน่อล,เชลซี,แบล็คเบิร์น โรเวอร์และเลสเตอร์ ซิตี้ โดยทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีบรมกุนซืออย่าง เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน คุมบังเหียนอยู่ ซึ่งเขาพายูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 13 สมัย จากทั้งหมด 26 สมัยนับแต่เปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีก

สำหรับลิเวอร์พูล ในยุคพรีเมียร์ลีกตอนต้น คือปี 1992/1993 -1997/1998 ภายใต้การคุมทีมของ แกรม ซูเนส และรอย อีแวนส์ ไม่ได้มีผลงานที่มีความโดดเด่นมากนัก โดยทำได้เพียงลำดับที่ 3 – 8 ของตารางเท่านั้น ต่างกับแมน ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาลที่หยิบถ้วยพรีเมียร์ลีกมาครอบครองได้ถึง 4 สมัย จาก 6 สมัย เรียกได้ว่า ลิเวอร์พูล เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคตกต่ำอย่างแท้จริง

ต่อมาในกลางปี 1998 หนึ่งในทีมสตาฟของรอย อีแวนส์ รวมทั้งเป็นอดีตผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่,ชุดU18 และชุด U20 นามว่าเฌอรา ฮูลิเย่ ก็ได้ก้าวขึ้นมาคุมบังเหียนพลพรรคหงส์แดงลิเวอร์พูล โดยนับตั้งแต่ฤดูกาล 1998/1999 – 2003/2004 รวม 6 ฤดูกาล ผู้จัดการทีมจากเมืองน้ำหอมที่มียอดศูนย์หน้าอย่าง เจ้าหนูมหัศจรรย์ ไมเคิ่ลโอเว่น เป็นเครื่องจักรสังหารประตู ก็ไม่สามารถหยิบถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ชาวสาวกหงส์แดงได้ชื่นใจ ซึ่งฤดูกาลที่ดีที่สุดในยุคของ เฌอรา ฮูลิเย่ คือการจบในลำดับที่ 2 ของตาราง ในฤดูกาล 2001/2002 และขวากหนามสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูล ยังคงไม่ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ บรมกุนซือเซอร์อเล็กเฟอร์กูสัน นั่นเอง

ต่อมาในยุคของ ราฟาเอลเบริเตซ กุนซือหนวดงามชาวสเปน พลพรรคหงส์แดงลิเวอร์พูลแม้พวกเขาจะมียอดดาวยิงอย่าง เฟอร์นันโด ตอเรส พวกก็ยังคงทำได้ดีที่สุดในลำดับที่ 2 ของตารางเช่นเคย ซึ่งฤดูกาลดังกล่าว คือ ฤดูกาล 2008/2009และก็เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นอุปสรรคสำคัญของขุนพล เรดแมชีน

มาถึงยุคของ แบรนดัน รอดเจอร์ กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ ที่มีศูนย์หน้าจอมกัดอย่างหลุยส์ ซัวเรส เป็นเครื่องจักรสังหารประตู โดยเฉพาะใน ฤดูกาล 2013/2014 น่าจะเป็นฤดูกาลที่พลพรรคหงส์แดงลิเวอร์พูลเข้าใกล้คำว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด แต่สุดท้ายก็ชวดแชมป์จนได้ และอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พลาดในครั้งนี้กลับไม่ใช่ความแข็งแกร่งของคู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของสตีเว่น เจอราร์ด กัปตันทีม ที่ลื่นล้มเสียบอลกลางสนาม เป็นเหตุให้เสียประตูสำคัญในเกมส์กับเชลซี

สุดท้าย มาถึงยุคปัจจุบันที่เป็นยุคของ เจอร์เก้นคล็อป ยอดกุนซือเมืองเบียร์ที่เคยทำให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุน เป็นมหาอำนาจลูกหนังเยอรมัน และฤดูกาลที่พลพรรคหงส์แดงลิเวอร์พูล มีโอกาสเข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกคงไม่พ้นฤดูกาล 2018/2019 นี้ ซึ่งพวกเขามีขุมกำลังที่ค่อนข้างลงตัว ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตู อลิสซอนเบ็คเกอร์ กองหลังอย่างเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ จนถึงศูนย์หน้าอย่างโมฮัมเหม็ด ซาล่า และปัจจุบันพวกเขามีแต้มตามหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ก็ต้องจับตามองต่อไปว่าพวกเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ หรือพวกเขาจะแพ้ภัยตัวเองชวดแชมป์พรีเมียร์ลีก เหมือนกับฤดูกาล 2013/2014…

About River Region

Check Also

ฟุตบอลโคบา อเมริกา 2019

ทีเด็ด ฟุตบอล โคปา อเมริกา 2019 ที่บราซิลมีอะไรน่าสนใจ?

ทีเด็ด ฟุตบอล โคปา อเมริกา 2019 ที่บราซิลมีอะไรน่าสนใจ? บราซิล ถือว่าเป็นชนชาติที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการแข่งขันฟุตบอล ทั้งในระดับภูมิภาค

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *